พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการแถลงข่าวถึงเรื่องนโยบาย เป็นนโยบาย “เร่งด่วน” ที่โดยทางพรรคเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรเข้ามาแก้ไข
เปิดเผยข้อมูลแล้วสำหรับ นโยบาย ‘เร่งด่วน’ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือที่เรียกกันว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 โดยทางพรรคเพื่อไทยได้ทำเอกสารและได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2554 โดยแบ่งนโยบายเร่งด่วนออกเป็น 8 ประเภท
1. นโยบาย “เร่งด่วน” จะเริ่มทำทันทีในปีแรกคือสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ แก้ไขปัญหายาเสพติด ปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาเศรษฐกิจ การศึกษา และเร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมือง
2. นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ พัฒนาและเสริมสร้าง ระบบป้องกันประเทศของกองทัพให้มีความมั่นคง
3. นโยบายเศรษฐกิจ
4. นโยบายคุณภาพชีวิต
5. นโยบายที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
6. นโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม
7. นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
8. นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
โดยทางพรรคยังเน้นด้วยว่า นโยบายเทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องมีการเสริมสร้างจิตสำนึกประชาชนในชาติให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน โดยการเชิดชู ปกป้อง ไม่ให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้
และการเปิดเผยข้อมูลนี้ทางสวนดุสิตโพลของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตได้มีการทำผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการแถลงข่าวนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ของประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,108 คน ผลออกมาว่า จากคะแนนเต็ม 10 คะแนนประชาชนให้คะแนนรัฐบาล 5.61 คะแนน และให้ฝ่ายค้าน 5.38 คะแนน 62.79% สิ่งที่ประชาชนได้รับจากการแถลงนโยบายในครั้งนี้คือมีความชัดเจนในรายละเอียดของนโยบาย เข้าใจนโยบายมากขึ้น รู้ถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาล แต่ในทางกลับกัน 60.38% สิ่งที่ทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายจากการแถลงนโยบายคือ การโต้เถียง ทะเลาะกันไปมา มีการประท้วงจนจับใจความ
นโยบายที่เห็นได้ชัดของรัฐบาลชุดนี้คือเรื่องการปรองดอง การสมานฉันท์ของคนในชาติ การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น เป็นนโยบายแรกที่รัฐบาลจะเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยนายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า จากผลสำรวจเชิงวิจัยเรื่องความหวังต่อความปรองดองของคนในชาติ กรณีศึกษาของประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัด พบว่า ร้อยละ 62.4 ต้องการให้รัฐบาลเน้นอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการ แนวทางการสร้างความปรองดองที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และ ร้อยละ 47.94 ต้องการให้ฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องความเป็นไปได้ของนโยบายและวิธีปฏิบัติ และในเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ร้อยละ 55.02 ต้องการให้รัฐบาลอภิปรายเรื่องจิตสำนึก คุณธรรม จริยธรรมของข้าราชการและนักการเมือง ส่วนร้อยละ 72.22 ต้องการให้ฝ่ายค้านอภิปรายเน้นการตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมือง
อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเป็นนโยบายเร่งด่วนหรือนโยบายอื่นๆ เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขและทำให้เห็นเป็นรูปธรรม แต่ต้องไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อประชาชนหรือความมั่นคงของชาติ
ข่าวเชิงวิจัย : นางสาวกฤษณี อังคสุทธิพงษ์ ตอนเรียน B1 รหัส 51122760385

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น