จากนโยบายขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ 300 บาทของพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องทางด้านผลกระทบทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นตามมาทั้ง ข้อดีและข้อเสียที่ควรระวัง ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องศึกษาหาแนวทางในการดำเนินงานทางนโยบายขึ้นค่าแรงนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สืบเนื่องจากนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ 300 บาทนั้นเป็นนโยบายที่หลายฝ่ายเล็งเห็นว่าจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจให้คึกคักอีกครั้ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสภาพเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้หากมองกันในอีกมุมหนึ่งนโยบายดังกล่าวยังมีข้อควรระวังหลายประการไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เรื่องราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิต และการจ้างงานน้อยลง
นิด้าโพลเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มี ผลดี และ ผลเสีย ของนโยบาย "ค่าแรง 300 บาท" ผลดีของนโยบาย "ค่าแรง 300 บาท" พบว่า ร้อยละ 53.91 แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 24.26 แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้อยละ 07.43 มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เงินตราหมุนเวียนในระบบมากขึ้น
ผลเสียของนโยบาย "ค่าแรง 300 บาท" ร้อยละ 50.78 ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นตาม ร้อยละ 15.81 ธุรกิจ / ผู้ประกอบการ อาจขาดทุน ยกเลิกกิจการ ร้อยละ 09.47 อัตราคนว่างงานเพิ่ม นายจ้างลดพนักงาน
ทางด้านนายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ นักวิชาการด้านแรงงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ นักวิชาการจากคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งต่างออกมายืนยันตรงกันว่า นโยบายนี้สามารถทำได้ แต่ต้องทำควบคู่กับการควบคุมราคาสินค้า เพราะที่ผ่านมา นายจ้างฉวยโอกาสนำต้นทุนจากการปรับขึ้นค่าจ้าง ร้อยละ 3 มาปรับเพิ่มราคาสินค้าที่ ร้อยละ 10-15
ขณะ เดียวกัน นอกจากมาตรการลดหย่อนภาษีรัฐบาลชุดใหม่ควรหามาตรการอื่น มาสร้างแรงจูงใจ เช่นจัดตั้งกองทุนดอกเบี้ยต่ำ ปล่อยกู้ให้กับนายจ้าง ในการสร้างหอพักใกล้กับสถานประกอบการ เพื่อประหยัดค่าเดินทางและค่าที่พักของลูกจ้าง ในกรณีที่ไม่สามารถจ่ายค่าจ้างได้ถึง 300 บาท และจากการวิเคราะห์มั่นใจว่า หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างจริง จะมีการปลดคนงานน้อย เพราะหาคนงานยาก และการปรับค่าจ้างควรเร่งทำภายใน 6 เดือน
นอกจากนี้เครือข่ายองค์กรแรงงานเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราเดียวกันทั่ว ประเทศ หรือตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นประจำทุกปี รวมทั้งให้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่งมีตัวแทนจากทุกฝ่าย มาร่วมทำงาน เพื่อหาแนวทางในการทำนโยบายค่าจ้าง 300 บาทให้เป็นความจริง
อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะต้องศึกษานโยบายอย่างละเอียด ในการวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้ได้นโยบายที่สมบูรณ์สามารถช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานได้จริงและเกิดผลกระทบตามมาน้อยที่สุด
ข่าวเชิงวิจัย : เขียนโดย นางสาวนุชนาฎ สุทธิวารี ตอนเรียน B1 51122760098
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น