“เอ็มแรป” หนุนนโยบายเพิ่มค่าแรง 300 บาท
เอ็มแรปเห็นด้วยกับนโยบายเพิ่มค่าแรงขึ้นต่ำวันละ 300 บาท เชื่อส่งผลดีกับพนักงาน-ลูกน้องในบริษัท โดยจะปรับขึ้นเงินเดือนและค่าจ้าง ในอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน/คน ของรัฐบาล
นายเอนก จงเสถียร กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็ม เอ็ม พี จำกัด ผู้ผลิตฟิล์ม ถนอมอาหารรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า เอ็มแรป (M WRAP) กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวแรงงานที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองจะย้ายกลับไปยังถิ่นฐานเดิมของตน และยังเป็นการคืนเวลาให้กับชีวิตผู้ใช้แรงงาน มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เพื่อให้สภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีขึ้น
ในส่วนกรณีผู้ประกอบการที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวที่เห็นว่า ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มสูงขึ้น เกิดอัตราเงินเฟ้อ หรือการเข้ามาลงทุนของต่างชาตินั้น นายเอนกกล่าวว่า หากปรับค่าจ้างขึ้นต่ำเป็น 300 บาทต้นทุนอาจเพิ่มเพียง 20%เชื่อว่าบริษัทยังคงอยู่ได้ เพียงแต่กำไรอาจลดลงไปบ้าง ส่วนปัจจัยการเข้ามาลงทุนของต่างชาตินั้น ไทย ไม่เพียงแต่ค่าจ้างเพียงอย่างเดียว จึงไม่น่าห่วงเรื่องย้ายการลงทุน ในส่วนเรื่องเงินเฟ้อ หากรัฐบาลไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคหมด อัตราเงินเฟ้อไม่น่าจะปรับตัวมากนัก
____________________________________________________________________________
ชาวบ้านแห่ซื้อข้าว พาณิชย์หวั่นซ้ำรอยน้ำมันปาล์ม
จากสถานการณ์การราคาข้าวที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ทยอยซื้อข้าวสารกักตุนไว้บริโภค หลังจากราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 2-5 บาท ด้านกระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ปัญหา สั่งองค์การคลังสินค้าจัดทำข้าวถุงราคาต้นทุนเพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน
จากราคาข้าวที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนเกิดความกังวลและรีบซื้อข้าวกักตุนไว้ เนื่องจากกลัวว่าข้าวถุงในตลาดจะขาดแคลนและราคาสูงเหมือนกรณีน้ำมันปาล์มที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกและข้าวสารที่ขยับตัวสูงขึ้นนั้น มีสาเหตุจาก 2 ส่วนคือ นโยบายจำนำข้าวเปลือกในอัตรา 15,000 บาท/ตัน และเป็นช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยวมีผลผลิตน้อย จึงทำให้กระแสข่าวการปรับราคาข้าวถุงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยข้าวเจ้า อยู่ที่กิโลกรัมละ 27-31 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ 38-40 บาท
ด้านนายนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า ข้าวสารบรรจุถุงจะไม่ขาดตลาด และจะยังไม่อนุมัติให้ขึ้นราคาข้าวในช่วงนี่อย่างแน่นอน.
_________________________________________________
_____________________________________________
ข้าวถุงไม่ขาดแคลน ภาครัฐวอนประชาชนไม่ต้องกักตุน
หลังจากที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ของกินของใช้ขึ้นราคา ทำให้ประชาชนกลัวว่าสินค้าอาจจะถูกกักตุนทำให้สินค้ามีราคาเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม รวมมาถึงข้าวสาร ที่ประชาชนกลัวว่าจะขาดตลาดและทำให้ราคาสูงขึ้น จึงแห่ไปซื้อข้าวสารมากักตุนกันไว้
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ข้าวสารไทยไม่ได้ขาดแคลน และยังมีจำหน่ายให้กับประชาชนได้อีกถึง 2 เดือน เนื่องจากปัญหาข้าวถุงที่มีราคาแพงขึ้น จนทำให้ประชาชนแห่กันไปซื้อข้าวสารถุงกักตุนเอาไว้ และข้าวฤดูกาลใหม่จะออกในอีก 2 เดือน จึงเพียงพอต่อความต้องการ และข่าวดีสำหรับผู้ที่ชอบของถูกทางภาครัฐได้มีการร่วมมือกับทางห้างค้าปลีกทั่วประเทศจัดงานมหกรรมลดราคาสินค้า 10 - 50 % ในวันที่ 19 -21 ส.ค. นี้ นางพรทิวากล่าวต่ออีกว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมที่จะลดค่าครองชีพให้กับประชาชนทั่วไปอีกด้วย
_________________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________________
สวนดุสิตโพลชี้ คนไทยมองการเมืองแย่
ประเทศไทยจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการเมืองเป็นสำคัญ หากผู้บริหารทางการเมืองที่มีความสามรถ ซื่อสัตย์ และรักประเทศไทยแล้วจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีในการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าสู่อนาคตที่ดี แต่ในทางกลับกันหากมีผู้บริหารทางการเมืองที่แย่แล้ว ประเทศจะพัฒนาเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร
สวนดุสิตได้จัดทำโพลเพื่อสะท้อนความคิดเห็นและความรู้สึกนึกคิดของประชาชนที่มีต่อการเมืองไทย จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,286 คน ระหว่างวันที่ 18-23 กรกฎาคม 2554 สรุปผล ดังนี้
1. ปัจจัยใด / สิ่งใด ที่ทำให้ ความรู้สึกนึกคิด ทางการเมืองของประชาชนดีขึ้น
อันดับ 1 การบริหารประเทศของรัฐบาลเป็นไปตามนโยบายที่กำหนด มีผลงานเป็นรูปธรรม ชัดเจน 31.05%
อันดับ 2 สภาพเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น มีสภาพคล่องทางการเงิน /ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น 24.74%
อันดับ 3 ความสามัคคี ปรองดองของคนในชาติ รวมถึงประชาชนและนักการเมือง 23.68%
อันดับ 4 การรักษา ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง /ไม่ปกปิดข้อมูลข่าวสาร 20.53%
2. ปัจจัยใด / สิ่งใด ที่ทำให้ ความรู้สึกนึกคิด ทางการเมืองของประชาชนแย่ลง
อันดับ 1 พฤติกรรมของนักการเมือง /การทุจริต คอรัปชั่น /ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด /เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง 51.87%
อันดับ 2 การขาดความสามัคคีของคนในชาติ แบ่งฝักแบ่งฝ่าย /มีการชุมนุม เรียกร้อง เคลื่อนไหวเป็นระยะ ๆ 30.01%
อันดับ 3 สภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่แย่ลง ราคาสินค้าของกิน ของใช้แพง /ว่างงาน 13.75%
อันดับ 4 ข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเป็นไปในเชิงลบ 4.37%
3. ความคิดทางบวก ในลักษณะที่มีความรู้สึกดีต่อการเมืองไทยของประชาชน คือเรื่องใดบ้าง
อันดับ 1 ความเป็นประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชน /การเปิดโอกาสและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 29.36%
อันดับ 2 สภาพเศรษฐกิจ สังคม /ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น /ประชาชนอยู่ดีกินดี 25.69%
อันดับ 3 บรรยากาศทางการเมืองที่ดีขึ้น คนในชาติมีความรัก สามัคคี ปรองดอง /อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข 24.77%
อันดับ 4 การประพฤติ ปฏิบัติตนของนักการเมืองอยู่ในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ /มีคุณธรรม จริยธรรมทางการเมือง 20.18%
4. ความคิดทางลบ ในลักษณะที่มีความรู้สึกแย่ต่อการเมืองไทยของประชาชน คือเรื่องใดบ้าง
อันดับ 1 การทุจริต คอรัปชั่น /เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด 61.81%
อันดับ 2 การทะเลาะเบาะแว้ง ขาดความสามัคคี ปรองดอง /แบ่งพรรคแบ่งพวก 25.45%
อันดับ 3 สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลง /มีภาระหนี้สิน /สินค้าอุปโภค บริโภคมีราคาแพง 7.28%
อันดับ 4 การเคลื่อนไหวทางการเมือง การชุมนุม เรียกร้องของกลุ่มต่าง ๆ 5.46%
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น