สำนักข่าว : NEW-NEWSVERYHOT

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ข่าวการเมือง และ เศรษฐกิจ


เอ็มแรป หนุนนโยบายเพิ่มค่าแรง 300 บาท
   เอ็มแรปเห็นด้วยกับนโยบายเพิ่มค่าแรงขึ้นต่ำวันละ 300 บาท เชื่อส่งผลดีกับพนักงาน-ลูกน้องในบริษัท โดยจะปรับขึ้นเงินเดือนและค่าจ้าง ในอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน/คน ของรัฐบาล
   นายเอนก จงเสถียร กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็ม เอ็ม พี จำกัด ผู้ผลิตฟิล์ม ถนอมอาหารรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า เอ็มแรป (M WRAP) กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวแรงงานที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองจะย้ายกลับไปยังถิ่นฐานเดิมของตน และยังเป็นการคืนเวลาให้กับชีวิตผู้ใช้แรงงาน มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น  เพื่อให้สภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีขึ้น
   ในส่วนกรณีผู้ประกอบการที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวที่เห็นว่า ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มสูงขึ้น เกิดอัตราเงินเฟ้อ หรือการเข้ามาลงทุนของต่างชาตินั้น  นายเอนกกล่าวว่า หากปรับค่าจ้างขึ้นต่ำเป็น  300 บาทต้นทุนอาจเพิ่มเพียง 20%เชื่อว่าบริษัทยังคงอยู่ได้ เพียงแต่กำไรอาจลดลงไปบ้าง ส่วนปัจจัยการเข้ามาลงทุนของต่างชาตินั้น ไทย  ไม่เพียงแต่ค่าจ้างเพียงอย่างเดียว จึงไม่น่าห่วงเรื่องย้ายการลงทุน  ในส่วนเรื่องเงินเฟ้อ หากรัฐบาลไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคหมด อัตราเงินเฟ้อไม่น่าจะปรับตัวมากนัก
__________________________________________
__________________________________
ชาวบ้านแห่ซื้อข้าว  พาณิชย์หวั่นซ้ำรอยน้ำมันปาล์ม

  
   จากสถานการณ์การราคาข้าวที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ทยอยซื้อข้าวสารกักตุนไว้บริโภค หลังจากราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 2-5 บาท ด้านกระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ปัญหา สั่งองค์การคลังสินค้าจัดทำข้าวถุงราคาต้นทุนเพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน
    จากราคาข้าวที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนเกิดความกังวลและรีบซื้อข้าวกักตุนไว้ เนื่องจากกลัวว่าข้าวถุงในตลาดจะขาดแคลนและราคาสูงเหมือนกรณีน้ำมันปาล์มที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน  ซึ่งสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกและข้าวสารที่ขยับตัวสูงขึ้นนั้น มีสาเหตุจาก 2 ส่วนคือ นโยบายจำนำข้าวเปลือกในอัตรา 15,000 บาท/ตัน และเป็นช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยวมีผลผลิตน้อย จึงทำให้กระแสข่าวการปรับราคาข้าวถุงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง  โดยข้าวเจ้า อยู่ที่กิโลกรัมละ 27-31 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ 38-40 บาท
   ด้านนายนายยรรยง พวงราช  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  ยืนยันว่า ข้าวสารบรรจุถุงจะไม่ขาดตลาด และจะยังไม่อนุมัติให้ขึ้นราคาข้าวในช่วงนี่อย่างแน่นอน.
_________________________________________________
_____________________________________________
ข้าวถุงไม่ขาดแคลน ภาครัฐวอนประชาชนไม่ต้องกักตุน

    หลังจากที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ของกินของใช้ขึ้นราคา ทำให้ประชาชนกลัวว่าสินค้าอาจจะถูกกักตุนทำให้สินค้ามีราคาเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม รวมมาถึงข้าวสาร ที่ประชาชนกลัวว่าจะขาดตลาดและทำให้ราคาสูงขึ้น จึงแห่ไปซื้อข้าวสารมากักตุนกันไว้
 
    เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ข้าวสารไทยไม่ได้ขาดแคลน และยังมีจำหน่ายให้กับประชาชนได้อีกถึง 2 เดือน เนื่องจากปัญหาข้าวถุงที่มีราคาแพงขึ้น จนทำให้ประชาชนแห่กันไปซื้อข้าวสารถุงกักตุนเอาไว้ และข้าวฤดูกาลใหม่จะออกในอีก 2 เดือน จึงเพียงพอต่อความต้องการ และข่าวดีสำหรับผู้ที่ชอบของถูกทางภาครัฐได้มีการร่วมมือกับทางห้างค้าปลีกทั่วประเทศจัดงานมหกรรมลดราคาสินค้า 10 - 50 % ในวันที่ 19 -21 ส.ค. นี้ นางพรทิวากล่าวต่ออีกว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมที่จะลดค่าครองชีพให้กับประชาชนทั่วไปอีกด้วย
_________________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________________

สวนดุสิตโพลชี้  คนไทยมองการเมืองแย่
ประเทศไทยจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการเมืองเป็นสำคัญ  หากผู้บริหารทางการเมืองที่มีความสามรถ ซื่อสัตย์ และรักประเทศไทยแล้วจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีในการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าสู่อนาคตที่ดี  แต่ในทางกลับกันหากมีผู้บริหารทางการเมืองที่แย่แล้ว  ประเทศจะพัฒนาเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร  
สวนดุสิตได้จัดทำโพลเพื่อสะท้อนความคิดเห็นและความรู้สึกนึกคิดของประชาชนที่มีต่อการเมืองไทย จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,286 คน  ระหว่างวันที่ 18-23 กรกฎาคม 2554 สรุปผล ดังนี้
1.  ปัจจัยใด / สิ่งใด ที่ทำให้ ความรู้สึกนึกคิด ทางการเมืองของประชาชนดีขึ้น
อันดับ 1 การบริหารประเทศของรัฐบาลเป็นไปตามนโยบายที่กำหนด มีผลงานเป็นรูปธรรม ชัดเจน 31.05%
อันดับ 2 สภาพเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น มีสภาพคล่องทางการเงิน /ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น 24.74%
อันดับ 3 ความสามัคคี ปรองดองของคนในชาติ รวมถึงประชาชนและนักการเมือง 23.68%
อันดับ 4 การรักษา ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง /ไม่ปกปิดข้อมูลข่าวสาร  20.53%

2.  ปัจจัยใด / สิ่งใด ที่ทำให้ ความรู้สึกนึกคิด ทางการเมืองของประชาชนแย่ลง
อันดับ 1 พฤติกรรมของนักการเมือง /การทุจริต คอรัปชั่น /ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด /เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง 51.87%
อันดับ 2 การขาดความสามัคคีของคนในชาติ แบ่งฝักแบ่งฝ่าย /มีการชุมนุม เรียกร้อง เคลื่อนไหวเป็นระยะ ๆ 30.01%
อันดับ 3 สภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่แย่ลง ราคาสินค้าของกิน ของใช้แพง /ว่างงาน 13.75%
อันดับ 4 ข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเป็นไปในเชิงลบ  4.37%

3.  ความคิดทางบวก ในลักษณะที่มีความรู้สึกดีต่อการเมืองไทยของประชาชน คือเรื่องใดบ้าง

อันดับ 1 ความเป็นประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชน /การเปิดโอกาสและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 29.36%
อันดับ 2 สภาพเศรษฐกิจ สังคม /ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น /ประชาชนอยู่ดีกินดี 25.69%
อันดับ 3 บรรยากาศทางการเมืองที่ดีขึ้น คนในชาติมีความรัก สามัคคี ปรองดอง /อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข 24.77%
อันดับ 4 การประพฤติ ปฏิบัติตนของนักการเมืองอยู่ในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ /มีคุณธรรม จริยธรรมทางการเมือง 20.18%

4.  ความคิดทางลบ ในลักษณะที่มีความรู้สึกแย่ต่อการเมืองไทยของประชาชน คือเรื่องใดบ้าง

อันดับ 1 การทุจริต คอรัปชั่น /เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด 61.81%
อันดับ 2 การทะเลาะเบาะแว้ง ขาดความสามัคคี ปรองดอง /แบ่งพรรคแบ่งพวก 25.45%
อันดับ 3 สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลง /มีภาระหนี้สิน /สินค้าอุปโภค บริโภคมีราคาแพง   7.28%
อันดับ 4 การเคลื่อนไหวทางการเมือง การชุมนุม เรียกร้องของกลุ่มต่าง ๆ  5.46%

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น