เรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงจะส่งผลดีกับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
สวนดุสิตโพลได้ทำการสำรวจพบว่า 59.89% เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะสามารถการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สินค้าราคาแพง ดูแลในเรื่องปากท้องประชาชน ค่าครองชีพ เพิ่มค่าแรงได้ ซึ่งจากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล แสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยมีความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแต่อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันเป็นเรื่องที่มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง การแก้ไขอาจต้องใช้เวลา
ทางด้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า “ พรรคจะเดินหน้านโยบายต่างๆ และมั่นใจว่าทุกนโยบายที่หาเสียงไว้จะสามารถทำได้จริง ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น โดยเชื่อว่าการเมืองไทยจะมีเสถียรภาพ และทำให้นักธุรกิจ นักลงทุนมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุข รองคณบดี ฝ่ายวิชาการ และ อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจในช่วงต่อไปน่าจะสามารถรักษาระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่องต่อไปโดยการปรับเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงที่ต้องเผชิญแรงกดดัน จากภาวะเงินเฟ้อที่จะปรับเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ภายในประเทศจากนโยบายที่กระตุ้นอุปสงค์ภายใน รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อด้วย
การสัมภาษณ์ความคิดเห็นในประเด็น “ เศรษฐกิจไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ ” จากหลากหลายอาชีพไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ พนักงานบริษัท และนักศึกษา ทุกท่านก็ได้ให้ความเห็นในมุมมองต่างๆกันว่า
อาจารย์ประจำคณะวิทยาการ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ ตามความเห็นของอาจารย์มองว่าทิศทางของเศรษฐกิจไทยค่อนข้างไปได้ดี ทั้งนี้ในภาพรวมคาดหวังให้การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น หรือเกิดการปรองดองในประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตได้ดี การขยับขยายหรือดำเนินการในด้านธุรกิจสามารถคาดการได้ง่ายขึ้นเพราะตัวแปลทางการเมืองก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลกับเศรษฐกิจของไทยค่อนข้างเยอะ ในส่วนของการดำเนินการบริหารตามนโยบายน่าจะมีทิศทางที่ราบลื่น เพียงแต่ว่าอาจมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้นโยบายทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอาจไม่ได้เป็นไปเร็วอย่างที่ประชาชนคาดหวัง เนื่องจากบางครั้งต้องยอมรับว่า การรีบเร่งจนเกินไปบางที อาจนำไปสู่เศรษฐกิจที่แตกฟองสบู่ได้ในภายหลังหากไม่ระวัง โดยเฉพาะเสถียรภาพทางด้านการเงินของประเทศเองด้วย
ส่วนมุมมองเรื่องของการบริหารงานของรัฐบาลทางด้านเศรษฐกิจนั้นก็มีข้อดีและข้อที่ต้องระวัง ในส่วนของข้อดีคือเบื้องหลังของคุณยิ่งลักษณ์ก็มีผู้ที่มีความรู้ความสามรถเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคุณทักษิณ นักธุรกิจหลายๆฝ่ายที่ถูกเชื้อเชิญเข้ามาช่วยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ในส่วนของข้อที่ต้องระมัดระวังคือบางครั้งนโยบายรองรับกับการขยายตัวในระดับมหภาคมากกว่าในระดับชมชุน ซึ่งถ้าไม่ระวังที่ดีอาจจะเป็นการสร้างความเลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น
ทางด้านนางสาวพรพิมล อริยวัฒนากร บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊กส์ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ดิฉันค่อนข้างมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของไทยภายใต้การนำของรัฐบาลชุดใหม่นี้จะก้าวรุดหน้าได้มากกว่ารัฐบาลชุดเก่า ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ ดังนี้
ประการแรก ต้นทุนเดิม ในเรื่องนี้ต้องขอยกความดีความชอบให้รัฐบาลชุดเก่าค่ะ เพราะแม้ว่าต้องเผชิญศึกหนักมากมาย อาทิ ปัญหาเขาพระวิหาร ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาอุทกภัย เป็นต้น ก็ยังสามารถสร้างผลงานให้ประเทศไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ถือเป็นการปูทางให้รัฐบาลชุดใหม่ ได้กล้าคิดกล้าตัดสินใจเดินหน้าโครงการต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลมากนัก
ประการที่สอง บุคคลที่จะเข้ามาบริหารจัดการ เนื่องจากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนักธุรกิจอยู่แล้ว ย่อมต้องมีความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างดี และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเองก็เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทั้งในด้านตลาดเงินและตลาดทุน มีประสบการณ์การทำงานทั้งกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงสามารถบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคได้เป็นอย่างดี และเป็นที่ยอมรับ เมื่อได้บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นที่น่าเชื่อถือ มาบริหารจัดการเช่นนี้ เศรษฐกิจของประเทศก็สามารถเดินหน้าได้ไม่ยากค่ะ
ประการที่สาม นโยบายรัฐบาล แผนการจัดการที่ดีย่อมทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าค่ะ สำหรับรัฐบาลชุดใหม่นี้ก็มีนโยบายที่ได้รับความสนใจอยู่หลายนโยบายด้วยกัน เป็นต้นว่า นโยบายเรื่องค่าครองชีพที่รัฐบาลวางแผนงานไว้ว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต่อวันเป็น 300 บาท และขึ้นเงินเดือนลูกจ้างที่จบปริญญาตรีถึง 15,000 บาท ถ้าทำได้จริงก็ถือว่าดีค่ะ สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกวัน แต่ดิฉันคิดว่าควรเพิ่มค่าแรงให้คนที่จบ ปวช. ปวส. ด้วยนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นเด็กก็จะแห่มามาลงเรียนสายสามัญกันหมด ทั้งที่ความจริงแล้วแรงงานสายวิชาชีพเป็นที่ต้องการมากกว่าค่ะ อาจทำให้เกิดปัญหาคนว่างงานได้ในอนาคต แต่ประเด็นนี้หลายคนอาจมองว่าอาจก่อให้เกิดเงินเฟ้อเหมือนปี พ.ศ. 2540 แต่ดิฉันเชื่อว่าจะไม่แย่อย่างนั้นหรอกค่ะ เพราะเป็นการเพิ่มเงินในระบบทีเดียวครั้งเดียว ไม่ได้เป็นระลอกเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนั้น
นายธนวัฒน์ นุ่มอ่วม นักษาศึกษาชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่าน่าจะมีการบริหารด้านเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ดีเพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นคนมีความสามรถ มีประสบการณ์ในด้านนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว ผมว่าการบริหารด้านเศรษฐกิจไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนัก แต่เป็นห่วงด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้บุคคลที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเข้ามาทำงานอาจจะมีปัญหาติดขัดในการทำงานอย่างแน่นอน แต่ผมก็มีความคาดหวังว่าบุคคลหน้าใหม่ๆเหล่านี้น่าจะทำงานกันได้ดีกว่าหน้าเก่าๆ เพราะประชาชนคนไทยก็อยากเห็นหน้าใหม่ๆเข้ามาทำงานกันอยู่แล้วผมว่าคงต้องให้เวลาพวกเขาพิสูจน์ตัวเองในการบริหารงานกันไปก่อนสัก 1 ปี แล้วเรามาดูผลงานกันว่าพวกเขาจะทำออกมาได้ดีอย่างที่ประชาชนคาดหวังหรือไม่
อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงมุมมองมองความคิดที่ต่างคาดหวังให้เศรษฐกิจไทยมีทิศทางที่มั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้นภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่นั้นต้องตามกันดูต่อไป.
นางสาวนุชนาฏ สุทธิวารี รหัส 51122760098 B1

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น