งานหนักของพรรคเพื่อไทยยังไม่หมด หลังจากจัดตั้งตำแหน่งครม.เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่ต้องทำงานตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนกันอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียทีสำหรับรัฐบาลชุดใหม่
ในบรรดานโยบายหลักๆของพรรคเพื่อไทยที่ได้กล่าวไว้กับประชาชนคือ “สิ่งแรกที่พรรคเพื่อไทยจะทำหากได้เป็นรัฐบาล คือลดภาระในเรื่องของค่าครองชีพ ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มเงินเดือน ป.ตรี หรือ จะเป็นการยกเลิกกองทุนน้ำมัน ” คำพูดเหล่านี้เป็นสัจจะที่ได้ให้ไว้กับประชาชน ประชาชนจึงเลือกท่านมาเป็นรัฐบาล
ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม หลังการเลือกตั้ง เอแบคโพลเผยว่า ประชาชนมีมวลความสุขเพิ่มมากขึ้นและอยากให้พรรคเพื่อไทยทำสิ่งที่เคยหาเสียงไว้ “ทำทันที” ในอันดับต้นๆ ได้แก่ ร้อยละ 93.7 ต้องการให้พรรคเพื่อไทย ปราบปรามยาเสพติด รองลงมาคือ ร้อยละ 90.9 ให้สร้างความปรองดองของคนในชาติ ทำให้บ้านเมืองสงบสุข อันดับที่สาม ร้อยละ 89.5 ลดราคาน้ำมันเบนซิน 6 – 7 บาทต่อลิตร และลดดีเซลลง 2 บาทต่อลิตร (เอแบคโพล : 10 ก.ค. 54)
จนถึงวันนี้แล้วนโยบายเหล่านี้เริ่มจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังไม่ชัดเจนดังที่กล่าวไว้ตอนหาเสียง เพราะในการที่จะทำได้จริงนั้นต้องมองถึงภาพรวมต่างๆจึงต้องใช้เวลาในการทำนโยบายต่างๆให้เป็นจริงนั้นนานพอสมควรอยู่ แต่ผลวิจัยชี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงพอใจกับพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำนักวิจัยเอแบคโพล เผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง การอภิปรายนโยบายของรัฐบาล กับความนิยมของสาธารณชนต่อพรรคเพื่อไทย พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 61.3 รู้สึกว่าการอภิปรายนโยบายรัฐบาล มีบรรยากาศเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากนี้ ประชาชนร้อยละ 37.0 มีความหวังลดลงในเรื่องความปรองดองของคนในชาติ และร้อยละ 29.9 มีความหวังเพิ่มขึ้น
ส่วนนโยบายเรื่องอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน มีประชาชน ร้อยละ 54.8 เห็นว่านโยบายรัฐบาลยังไม่ชัดเจน เช่นเดียวกับนโยบายให้เงินเดือน 15,000 บาทสำหรับผู้จบปริญญาตรี ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 69.1 คิดว่า คำว่า “รายได้” กับ “เงินเดือน” มีความแตกต่างกัน สำหรับการประเมินความพึงพอใจต่อการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลได้ 6.02 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 รองลงมาคือ ผู้ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ 5.87 คะแนน สมาชิกวุฒิสภา ได้ 5.59 คะแนน และฝ่ายค้านได้รับคะแนนประเมินน้อยที่สุด 5.56 คะแนน และประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 74.5 ให้โอกาสรัฐบาลทำงานเกินกว่า 1 ปีขึ้นไป ร้อยละ 41.8 ให้โอกาสอยู่จนครบวาระ และร้อยละ 8.9 ให้อยู่ไม่เกิน 6 เดือน (เอแบคโพล: 28 ส.ค. 54)
อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยยังคงต้องทำงานหนักกันต่อไปตามนโยบายที่ไห้ไว้เพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวัง และผลงานวิจัยนี้เป็นเพียงงานวิจัยภายในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น หากต้องมองกันในระยะยาวแล้วประชาชนยังจะเห็นด้วยเห็นดีกับนโยบายดังกล่าวและสนับสนุนการทำงานของพรรคเพื่อไทยต่อหรือไม่นั้น คงต้องดูต่อไปอีกเป็นปีๆสำหรับพรรคเพื่อไทย
ข่าวเชิงวิจัย เขียนโดย : นาย ธนวัฒน์ นุ่มอ่วม ตอนเรียน B1 51122760395
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น