จากประเด็นต่างๆ หลายประเด็นในยุคของการเมืองปัจจุบันนี้ คงไม่มีใครไม่ติดตามกัน โดยเฉพาะยุคที่มีผู้หญิงนั้นขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นไปตามที่หลายๆ ฝ่ายนั้นคาดไว้ว่าต้องเป็น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของอดีตนายกทักษิณนั่นเอง ที่จะได้ขึ้นแท่นมาเป็นนายกหญิงคนแรกของประเทศ ทำให้เมื่อได้รับตำแหน่งแล้ว จึงมีแต่ข้อซักถามเรื่องคณะรัฐมนตรีใหม่ที่จะถูกรับเลือกขึ้นมาทันที ว่าจะเป็นใคร ใครจะถูกปลดจากตำแหน่ง หรือจะมีคนนอกหรือไม่ที่จะได้รับเลือกเป็นครม. ชุดใหม่ในบัญชีรายชื่อของยิ่งลักษณ์
และเรื่องนี้แหละที่เป็นประเด็นข้อสงสัยอย่างยิ่งว่าเธอจะเลือกใคร มาช่วยทำงานในรัฐบาลใหม่นี้ มีข้อโต้แย้งมากมายและคำถามต่างๆ ที่รุมเร้า ขณะที่รายชื่อนั้นเริ่มถูกเปิดออก ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ขึ้นมากมาย ว่าจะมีแต่คนกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่
ขณะเดียวกัน ทักษิณที่ดูเหมือนจะกุมอำนาจเด็ดขาดในพรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่อาจดึงคนในกลุ่มเสื้อแดงนั้นมาเป็นรัฐมนตรีได้หมด เพราะโพลของเอแบคนั้น ออกมาระบุว่า “ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากเห็นแกนนำหรือแนวร่วมคนเสื้อแดง ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ”
จากข่าวนี้จึงทำให้มีประชาชนหลายๆ คนนั้นเกิดความไม่เชื่อมั่นและวิตกกังวลกับรายชื่อรัฐมนตรีที่จะได้รับเลือกขึ้นมาเป็นนั้น จะสามารถทำให้ประเทศนั้นเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นตามนโยบายได้หรือไม่ เราจึงได้ไปสัมภาษณ์ประเด็นนี้จากคนหลากหลายกลุ่มอาชีพ ว่ารู้สึกอย่างไรกับครม.ชุดใหม่ที่กำลังจะมี
นายนเรศ พนักงานซ่อมรถของอู่รถยนต์ย่านบางกรวย มีความคิดเห็นว่า “ ครม.ชุดใหม่นั้น ส่วนใหญ่น่าจะมาจากคนในพรรคหรือคนเสื้อแดงแน่นอน แต่โดยส่วนตัวนั้นอยากจะได้คนที่มาจากหลายๆ ฝ่ายมารวมตัวกันเป็นมากกว่า เพื่อที่จะได้มีความคิดที่หลากหลาย และน่าจะมีสิ่งต่างๆ ที่บางคนไม่มีนั้น มาเสนอกัน และร่วมลงมติในสิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลจะทำงาน ได้ดีกว่าคนเพียงแค่กลุ่มเดียวกันคิด ”
ส่วนในมุมมองของนายไพบูลย์ อดีตรองผู้อำนวยการของ กฟผ. กลับมีความคิดเห็นว่า “ การที่จะมีการจัดครม.ชุดใหม่ขึ้นมานั้น ควรจะมีความคิดที่ไปในทิศทางเดียวกัน มาจากกลุ่มคนประเภทที่มีความใกล้เคียงกัน จะทำให้การทำงานนั้น ประสบความสำเร็จโดยเร็ว และดีกว่าอย่างแน่นอน หากจะต้องเลือกคนที่ความคิดต่างกันมาร่วมงานกัน ก็เหมือนกับนำเรือต่างๆ เข้ามาอยู่ในหนองหรือบึง ที่แต่ละลำก็ต่างหาทางออก คิดจะออกไปอย่างเดียวจนไม่สนใจใคร ก็จะทำให้เรือนั้นล่ม หรือไม่มีทางออกนั่นเอง ”
สุดท้าย ด้านนางสาวพลอยไพลิน นักศึกษาพยาบาล นั้นเห็นว่า “ ไม่ว่าจะเลือกใครเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ก็ขอให้มีความเที่ยงตรง และซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองไว้ก่อน จะมาจากกลุ่มใด ก็ขอให้ทำงานอย่างเต็มที่และโปร่งใส ตามนโยบายที่กล่าวมาให้ได้จริงๆ เช่น การปรับเงินเดือนหมื่นห้า ก็ขอให้ทำให้ได้ไม่ใช่ปล่อยผ่านไป เมื่อได้รับตำแหน่งแล้ว นึกถึงจิตใจประชาชนในประเทศที่ไว้ใจและเลือกคุณมาเถอะคะ ”
จากความคิดเห็นที่ได้สัมภาษณ์มานั้น ส่วนใหญ่ก็อยากจะได้คนที่ทำงานเป็น และมีความซื่อสัตย์ เที่ยงตรงกันทั้งนั้น เราหวังว่าครม.ที่ได้มาใหม่นั้น จะทำงานให้ประเทศอย่างเต็มที่ ให้สมกับการจัดตั้งขึ้นมาใหม่และความต้องการของประชาชนที่จับตาดูอยู่
นางสาววีรวรรณ เทพมงคล ตอนเรียน B1 รหัส 51122760386
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น