สำนักข่าว : NEW-NEWSVERYHOT

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ข่าวสะเทือนใจ

นักเรียนทีมฟุตบอลยะลาเสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 9
   สุราษฎร์ธานี 14 ก.ค.-ความคืบหน้ารถตู้นักเรียนทีมฟุตบอลยุวชนอายุไม่เกิน 12 ปี จ.ยะลา ประสบอุบัติเหตุชนรถบรรทุกไม้ยางบน ถ.ทางหลวงเอเชีย 41 หลักกิโลเมตร 237-238 อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 13 คน ซึ่งผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่พักรักษาตัวที่ รพ.ใน จ.สุราษฎร์ฯ ล่าสุดบ่ายวันนี้ ด.ช.อารีฟัน สาและ ชั้น ป.6/5 โรงเรียนเทศบาล 5 (บ้านตลาดเก่า) เทศบาลนคร ยะลา บาดเจ็บสาหัสอยู่ในขั้นวิกฤติจากสมองบวมช้ำและไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.สุราษฎร์ธานี ได้เสียชีวิตลงเป็นรายที่ 9 ด้วยอาการสมองบวมเนื่องจากได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง และมีอาการปอดซ้ำ

   ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่น นพ.ฉัตรชัย ศรีนามวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ด.ช.ลุกมาน เยง ชั้น ป.5/2 และ ด.ช.ตีรมีซี สมูซอ ชั้น ป.5/4 โรงเรียนเทศบาล 5 (บ้านตลาดเก่า) ที่ย้ายไปรักษาอยู่ในแผนกศัลกรรมประสาทมีอาการดีขึ้น ตอบสนองต่อการกระตุ้นเล็กน้อย และร่างกายเริ่มมีปฏิกิริยาต่อยา แต่อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อในปอด ส่วน ด.ช.อับดุลการิม แลแม ที่รักษาตัวอยู่ที่แผนกศัยกรรมชาย แพทย์ตรวจพบกระดูกต้นคอเคลื่อน จึงต้องรับการรักษาต่อไป คาดว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน โดยไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ส่วนค่ารักษาพยาบาลใช้สิทธิผู้ประสบภัยจากรถจะไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างใด และคณะแพทย์โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีจะดูแลรักษาคนไข้อย่างดีที่สุด
วิเคราะห์ข่าว
     ข่าวสะเทือนใจประเภทนี้จะเป็นข่าวที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นข่าวที่เกี่ยวกับ"เด็ก"เมื่อเด็กหรือเยาชนของชาติได้ตกเป็นข่าวในแง่ไม่ดีจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกสะเทือนจิตใจอ่อนไหวและให้ความรู้สึกมากกว่าข่าวประเภทอื่นๆได้ง่าย จึงทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจและติดตาม เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวและเป็นอนาคตของชาติ
____________________________
___________________________
สลดลูกสาวป่วยจิตคลั่ง ขังแม่เฒ่า วัย 84 !!

รวบสาวใหญ่เชียงใหม่มีอาการป่วยทางจิต ขังแม่แท้ๆวัย 84 ในห้อง พร้อมถือมีดคุมเชิงไม่ห่าง ตำรวจต้องเข้าชาร์จโชคดีไม่มีใครได้รับอันตราย
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. เวลา 13.00 น. พ.ต.ท.บุญยก สีชมพู สวป.สภ.สารภี รับแจ้งเหตุลูกใช้มีดจี้แม่เป็นตัวประกันในบ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 8 ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังไปตรวจสอบและระงับเหตุ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น โดยบนชั้น 2 พบ นส.ระเบียบ กันธรรม อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน ถือมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต เดินไปมาบริเวณหน้าห้องที่ขัง นางคำมา กันธรรม อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นแม่เอาไว้
จากนั้นตำรวจได้เกลี่ยกล่อมให้นางระเบียบเปิดประตูบ้าน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือนางคำมาแต่นางระเบียบไม่ยินยอมโดยระแวงว่า ตำรวจจะเข้ามาทำร้าย และมีคนจะลอบฆ่า จะขอคุยกับ ดต. มงคล คำวัง ตำรวจ สภ.สารภี เพียงคนเดียวจึงแจ้งให้ ดต. มงคงมาพบ พร้อมวางแผนเข้าชาร์จนางระเบียบจนประสบความสำเร็จ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นส.ระเบียบมีอาการป่วยทางจิตเคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสวนปรุง เมื่ออาการดีขึ้นได้ออกจากโณงพยาบาลแต่ไม่ได้กินยาตามแพทย์สั่งเพราะกลัวจะอ้วนและไม่สวย จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งดังกล่าว ตำรวจจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสวนปรุง ส่วนนางคำมาผู้เป็นแม่ไม่ได้รับอันตรายใดๆแต่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัวและร้องให้ตลอดเวลาญาติต้องคอยปรอบใจ

วิเคราะห์ข่าว
ข่าวประเภทนี้เป็นข่าวสะเทือนใจและมีเนื้อข่าวที่กระทบกระเทือนจิตใจของคนในสังคม เพราะเมื่อผู้อ่านได้อ่านข่าวแล้วจะมีความรู้สึกด้านอารมณ์ในแง่ต่างๆเป็นอย่างมาก ข่าวประเภทนี้จะเน้นในเรื่องของเนื้อข่าวจะเน้นการเขียนให้เร้าอารมณ์ผู้อ่านเพื่อให้เกิดความสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  และเป็นที่สะเทือนใจของคนในสังคม
_______________________________________________
____________________________________________
แจ้งจับ! หมอวชิรฯ ทำคลอดตายทั้งแม่ทั้งลูก



พ่อโร่แจ้งความดำเนินคดี แพทย์ รพ.วชิรพยาบาล ทำคลอดลูกสาวตายทั้งแม่ทั้งลูก ซ้ำยังออกหนังสือรับรองสาเหตุการตายบิดเบือนว่า ครรภ์เป็นพิษ
(13 ก.ค. ) เมื่อเวลา 13.00 น. นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ บิดาของ น.ส.วิไลพร บุตรวงษ์ ที่เสียชีวิตจากการคลอดลูกที่ร.พ.วชิรพยาบาล พร้อมด้วยนางปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนาประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.สามเสน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับทางนายชัยวัน เจริญโชคทวี คณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาลและนพ.ทรงยศ น้ำเพ็ชร แพทย์ผู้ทำคลอด ในข้อหาร่วมกันทำหรือออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ และข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร 
นางปรียานันท์ กล่าวว่า จริงแล้วไม่อยากที่จะดำเนินคดีอาญากับทางแพทย์ผู้ทำคลอดแต่อย่างใด แต่คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งตนและผู้เสียหายต้องการที่จะให้กรณีดังกล่าวเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม สำหรับสาเหตุในการตายนั้น ภายหลังจากที่น.ส.วิไลพรเสียชีวิตลง ทางญาติได้นำหนังสือรับรองการตายที่ออกให้โดยวชิรพยาบาล ไปทำเรื่องออกใบมรณบัตร ซึ่งในช่องสาเหตุการตายระบุว่าครรภ์เป็นพิษ แต่ความเป็นจริงแล้วจากการตรวจชันสูตรโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี ระบุตรงกันว่าสาเหตุการตายของเด็ก เกิดจากรกลอกตัว ส่วนทางแม่ของเด็กเกิดจาก เลือดออกมากในช่องท้อง เนื่องจากตับฉีกขาด แตกต่างกับสาเหตุที่ทางวชิรพยาบาลระบุไว้โดยสิ้นเชิง
ด้านนายขันติพงษ์ บิดาของผู้เสียชีวิตได้กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมาแจ้งความในวันนี้ก็เพราะว่าต้องการให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนสาเหตุการตายเพราะความผิดพลาดของตนเอง เพราะไม่เป็นธรรมกับทางญาติผู้เสียชีวิต สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2552 ขณะนี้คดีทางแพ่งได้อยู่ในชั้นศาล ซึ่งจะมีการพิพากษาในวันที่ 31 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งตนไม่อยากที่แจ้งความหลังจากคดีพิพากษาแล้ว กลัวว่าจะเป็นการหาว่าขี้แพ้ชวนตี แต่อยากให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมมากกว่า

วิเคราะห์ข่าว
           ข่าวนี้เป็นข่าวสะเทือนใจที่แสดงถึงการสะเทือนด้านจิตใจ ซึ่งต่างกับข่าวอื่น เช่น ข่าวบันเทิงที่เป็นข่าวที่แสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น ข่าวการเมืองเป็นข่าวเกี่ยวกับด้านสังคม ซึ่งข่าวสะเทือนใจมักจะมีเนื้อข่าวที่สมบูรณ์ และบอกเล่าชัดเจน ทำให้ข่าวสะเทือนใจมักมีเนื้อหาที่ยาว และดูค่อนข้างยืดเยื้อ ทำให้มักไม่ค่อยมีใครติดตามอ่าน หากมีเนื้อหาที่ไม่น่าสนใจจริงๆ จึงมีการนำข่าวสะเทือนใจมาพาดหัวหน้า 1 อยู่ประจำ

____________________________________________
___________________________________________

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น